Home > ประกันสังคมในต่างแดน > ตอนที่ 8 เจาะตำนานประกันสังคมไทย

ตอนที่ 8 เจาะตำนานประกันสังคมไทย

3 กันยายน 2553 ที่ผ่านมาเป็นเสมือนวันเกิดครบรอบ 20 ปี ของสำนักงานประกันสังคม หากเป็นคน ก็คงเปรียบเป็นหนุ่มสาวกำลังพร้อมที่จะก้าวสู่โลกใบใหญ่กว่าเดิม และเต็มไปด้วยอุปสรรคที่เหน็บหนาวยิ่งนัก

ฉบับนี้ผมจะขอพาออกนอกเรื่องไปย้อนรอยอดีตของการประกันสังคมในเมืองไทยกันสักนิดครับ บางท่านอาจจะนึกแย้งในใจว่า นี่มันบทความประกันสังคมในต่างแดน แล้วคุณธนิทธิ์จะมาเขียนเรื่องของไทยทำไม แถมยังมาแทรกเรื่องสุดยอดนวัตกรรมแห่งปีที่ยังไม่ได้เขียนตอนจบอีก

ผมไม่ขอแก้ตัวหรอกครับ แค่ขอเถียงคอเป็นเอ็นว่า ประกันสังคมของไทยก็เป็นประกันสังคมในต่างแดนของต่างประเทศเหมือนกัน เอาเป็นว่าผมขออนุญาตเป็นผู้ร่วมเล่าตำนานประกันสังคมให้ท่านๆ ได้รับรู้ในโอกาสพิเศษครบรอบ 20 ปี ก็แล้วกัน ซึ่งเรื่องราวมันอาจจะช้าไปสักนิด แต่ก็คุ้มที่จะอ่าน

และโปรดเชื่อผมเถอะครับว่าประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่น่าหลงใหลยิ่งนัก เพราะยิ่งศึกษามันมากเท่าไร มันก็ยิ่งมีชีวิตมากขึ้นเท่านั้น

********************

2495 ประกันสังคมในบ้านเรามีการบันทึกอย่างเป็นทางการครั้งแรกตั้งแต่สมัยจอมพล ป. (แปลก) พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรีโน่น ท่านให้ตั้งคณะกรรมการสังคมสงเคราะห์ขึ้นมาดูแลด้านสวัสดิการสังคม โดยท่านนายกลงทุนเป็นประธานด้วยตัวเอง ซึ่งได้มีการแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณาเรื่องประกันสังคมด้วย และนี่คือปฐมบทของการประกันสังคมในบ้านเราครับ

2497 พ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับแรกของไทยเกิดขึ้นก็ในปีนี้ กำหนดให้ลูกจ้างต้องจ่ายเงินสมทบเท่ากันทุกคนคือเดือนละ 20 บาท พร้อมให้จัดตั้งกรมประกันสังคมขึ้นโดยมีบ้านหลังแรกอยู่ในสังกัดกระทรวงการคลัง แต่น่าเสียดายครับกฎหมายฉบับนี้ถูกต่อต้านอย่างรุนแรงเพราะเป็นเรื่องใหม่เอี่ยม ทั้งประชาชน ทั้งสื่อยังไม่มีใครเข้าใจจึงรวมพลังพากันไม่เห็นด้วย ที่ค้านกันหนักๆ ก็ด้วยว่าต้องจ่ายเงินสมทบนี่แหละครับเพราะถือเป็นเงินจำนวนที่สูงในสมัยนั้น ผลก็คือท่านนายกต้องเก็บกฎหมายประกันสังคมเข้ากรุโดยไม่มีกำหนด

2501 กรมประกันสังคมจึงถูกลดขนาดมาเป็นกองความมั่นคงแห่งสังคมมีหน้าที่ศึกษาดูว่าประกันสังคมในต่างแดนเขาเป็นอย่างไรและเปลี่ยนเรือนมาอยู่กับกรมประชาสงเคราะห์

2508 สภาวิจัยแห่งชาติศึกษาแล้วฟันธงว่าประกันสังคมเป็นสิ่งที่จำเป็น และช่วยลดค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลของราชการได้ แต่ประชาชนสมัยนั้นยังไม่พร้อมจ่ายเงินสมทบเพราะคนส่วนใหญ่ยากจน ซ้ำนายจ้างกลับเห็นว่าการจ่ายเงินสมทบเป็นการเพิ่มต้นทุนสินค้า สุดท้ายประกันสังคมถูกแขวนไว้บนหิ้งครับ

2515 ประกันสังคมเริ่มเป็นรูปธรรมครั้งแรก เมื่อมีประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 วันที่ 16 มีนาคม 2515 ให้มีกองทุนเงินทดแทนเพื่อดูแลลูกจ้างที่ประสบอันตรายจากการทำงานให้แก่นายจ้าง ซึ่งกองทุนเงินทดแทนนี้ถือเป็นวิธีการหนึ่งภายใต้การประกันสังคม นี่เป็นกลยุทธ์ขั้นเทพของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สมัยนั้นที่พยายามให้กองทุนเงินทดแทนนำร่องไปก่อน เพื่อที่ประชาชนจะได้ค่อยๆ ทำความเข้าใจกับการประกันสังคมมากขึ้น และในที่สุดสำนักงานกองทุนเงินทดแทนก็ถือกำเนิดขึ้นในปี 2517 ภายใต้ร่มของกรมแรงงาน

2518 ครม. แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการประกันแห่งชาติขึ้น มีอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์เป็นประธาน มีการเสนอร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคมฉบับใหม่ สถาบันนิด้ายังได้ทำการศึกษาและย้ำว่าการประกันสังคมเป็นสิ่งจำเป็นและมีประโยชน์เพราะสยามประเทศยังล้าหลังเพื่อนบ้านอยู่ และได้เสนอว่าควรเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่พอถึงปี 2522 ครม. กลับเมินเฉยต่อการประกันสังคมโดยบอกให้รอเสนอรัฐบาลชุดใหม่ก็แล้วกัน

2523 พลเอกเปรม ติณสูลานนท์เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีพร้อมประกาศกร้าวนโยบายต่อผู้ใช้แรงงานว่าจะสนับสนุนการประกันสังคมให้ถึงที่สุด กระแสเริ่มแรงขึ้น ครม. รับหลักการให้ดำเนินการประกันสังคมตามข้อเสนอของสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ

2524 คณะกรรมการเตรียมการประกันสังคมปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2497 และกฎหมายกองทุนเงินทดแทน และได้เสนอว่าการดำเนินงานประกันสังคมในระยะแรกให้ดำเนินการในสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 20 คนขึ้นไปใน 10 จังหวัดก่อน คุ้มครองเฉพาะกรณีเจ็บป่วยของผู้ป่วยใน ทุพพลภาพ คลอดบุตรและตาย เก็บเงินสมทบฝ่ายละ 1.5% และให้ตั้งสำนักงานประกันสังคมในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ผนวกรวมอำนาจโดยเอากองความมั่นคงแห่งสังคมและสำนักงานกองทุนเงินทดแทนเข้าเป็นส่วนหนึ่ง

2525 ประกันสังคมดังขึ้นอีก ครม. อนุมัติในหลักการโดยให้คณะกรรมการปฏิรูประบบราชการและระเบียบบริหารราชการแผ่นดินดูรายละเอียด และคณะกรรมการชุดดังกล่าวก็เสนอว่าให้ขยายขอบเขตกองทุนเงินทดแทนทั่วประเทศภายในปี 2528 เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้การประกันสังคมสาขาอื่น พอถึงปี 2527 ครม. ก็เห็นชอบเรื่องที่ว่านั้น ผลก็คือประกันสังคมต้องรอคิวต่อไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ครับ

2528 มีความพยายามผลักดันให้กองทุนเงินทดแทนครอบคลุมการเจ็บป่วยนอกงานด้วย กระทรวงมหาดไทยศึกษาแล้วเห็นว่าควรมีการจัดตั้งกองทุนสุขภาพ แต่ ครม. กลับบอกว่าให้ตั้งกองทุนใหม่เป็นส่วนของการประกันสังคม ไม่รู้จะเอายังไงกันแน่

2530 ครม. เห็นชอบร่างกฎหมายตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอโดยให้จัดตั้งกองทุนใหม่ครอบคลุม 7 กรณี เริ่มจากเจ็บป่วยนอกงานก่อนและให้เริ่มบังคับในสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 20 คนขึ้นไปใน 10 จังหวัดย่านธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยคุ้มครองลูกจ้างรัฐวิสาหกิจด้วย

2531 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหาญกล้า ได้เปลี่ยนชื่อร่างพระราชบัญญัติประกันสังคมที่กระทรวงมหาดไทยเสนอเป็นพระราชบัญญัติกองทุนสวัสดิการแรงงานโดยให้กองทุนเงินทดแทนครอบคลุมการเจ็บป่วยนอกงาน

2532 กระแสประกันสังคมแรงมากถึงกับเข้าไปนั่งอยู่ในใจของหลายพรรคการเมือง เพราะมีพรรคการเมืองเสนอร่างกฎหมายถึง 4 ฉบับ คณะกรรมาธิการวิสามัญสภาผู้แทนราษฎรจึงพิจารณาร่างกฎหมายทั้งหมดจากทุกภาคส่วนไปพร้อมๆ กันและเปลี่ยนชื่อกลับไปเป็นร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. …. มีการถกเถียงกันมากมายหลายประเด็น เช่น เรื่องสิทธิประโยชน์หรือการร่วมจ่ายเงินสมทบของรัฐบาล แต่ในที่สุดก็ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรไปจนได้

2533 เกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดเมื่อร่างกฎหมายดังกล่าวกลับโดนปฏิเสธจากวุฒิสภาเพราะเห็นว่ามีข้อบกพร่องหลายประการ มีการแก้ไขและตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 2 สภามาพิจารณา ซึ่งคณะกรรมาธิการนั้นได้เห็นชอบให้เป็นไปตามร่างที่ได้รับอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎร และวกกลับเข้าสู่วุฒิสภาอีกครั้ง แต่ปรากฏว่าวุฒิสภาท่านก็ไม่เอาอีก และโยนร่างกฎหมายคืนสภาผู้แทนฯ อีกครา

…ราวกับแสงเทียนที่ปลายทางได้ดับวูบไป ทำให้ความหวังอันสดใสถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด หรือถ้าพูดแบบลูกทุ่งหน่อยมันเหมือนหนุ่มสาวตกลงจะแต่งงานกัน แต่กลับถูกว่าที่พ่อตาหรือแม่ยายปฏิเสธที่จะยกลูกสาวให้

…ต้องลุ้นระทึกกันอีก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อว่าสภาผู้แทนฯ จะคิดอ่านกันอย่างไร

แล้วฟ้าก็มีตาครับ ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2533 สภาผู้แทนฯ มีมติเอกฉันท์ยืนยันตามร่างที่คณะกรรมาธิการร่วมพิจารณา ถือว่าร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคมผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา และให้ พ.ร.บ.ประกันสังคมมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2533 เป็นต้นไป พร้อมกับมีการจัดตั้งสำนักงานประกันสังคมในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2533 ตอนนั้นเป็นสมัยที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อว่าพลเอกชาติชาย ชุณหะวัน และสำนักงานประกันสังคมมีเลขาธิการท่านแรกคือ นายอำพล สิงหโกวินท์ครับ

********************

3 กันยายน 2553 ที่ผ่านมาจึงเป็นเสมือนวันเกิดครบรอบ 20 ปี ของสำนักงานประกันสังคมด้วยประการฉะนี้

ท่านผู้อ่านครับ แม้ผมจะเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์มามากพอสมควร หลายท่านคงจะคิดว่าคนแก่ชอบเล่าเรื่องอดีต แต่ผมไม่ได้อายุอานามมากอย่างที่คิดนะครับ พอดีเจอหนังสืออันล้ำค่า 3 เล่มคือ “ประเทศไทยกับกฎหมายประกันสังคม จากปี 2497 ถึงปี 2531 ความฝันหรือความจริง” และ “กฎหมายประกันสังคมฉบับประวัติศาสตร์” ของท่านศาสตราจารย์นิคม จันทรวิทุร และอีกเล่มชื่อว่า “กว่าจะมี…ประกันสังคม” ของสำนักงานประกันสังคมเอง จึงอยากมาถ่ายทอดกันให้ทราบครับ

ประกันสังคม…เป็นกฎหมายที่ตั้งครรภ์นานที่สุดในประเทศไทยร่วม 40 ปี เป็นความพยายามที่มีอายุมากกว่าครึ่งชีวิตของคนๆ หนึ่ง และไม่รู้ว่ามีกฎหมายฉบับใดในบ้านเราสามารถล้มสถิตินี้ได้หรือยัง (ใครรู้ช่วยบอกผมด้วย)

ประกันสังคม…เป็นกฎหมายที่ผ่านนายกรัฐมนตรีมากกว่า 10 ท่าน แต่ถ้านับเป็นคณะรัฐบาลล่ะก็ไม่รู้กี่คณะเพราะช่วงนั้นเปลี่ยนรัฐบาลกันสนุกเหลือเกิน

และประกันสังคม…เป็นกฎหมายที่ไม่ได้ใช้แค่ความสามารถหรือความพยายามแต่ถือโชคลางด้วย รู้แล้วห้ามบอกต่อนะครับ พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 นี้กำหนดให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งว่ากันว่า เป็นการแก้เคล็ดจาก พ.ร.บ. ประกันสังคม พ.ศ. 2497 ที่ให้มีผลเมื่อมีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยมีการประกาศใช้สักที จึงเป็นหมันมาโดยตลอด

หลายท่านเปรียบเทียบว่าตอนนี้ประกันสังคมกำลังเข้าสู่วัยหนุ่มสาว ถึงเวลาต้องเผชิญกับโลกใบใหม่และใบใหญ่กว่าเดิม ต่อไปนี้ ประกันสังคมต้องก้าวไปบนถนนที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อน มันอาจจะกว้างกว่า ใหญ่กว่าและลำบากกว่าที่คิด ซึ่งผมก็เชื่อว่ามันคงเป็นเช่นนั้น

แต่หากมีทุกท่านร่วมเดินไปด้วยกัน เข้าใจและให้กำลังใจซึ่งกันและกันเสมอ แม้เส้นทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคเหน็บหนาวสักเพียงใด ถนนสายที่ชื่อว่า “ประกันสังคม” นี้…

ก็คงจะอบอุ่นไปตลอดทาง

หมายเหตุ: ตีพิมพ์ในวารสารประกันสังคม ปีที่ 16 ฉบับที่ 6 พฤศจิกายน – ธันวาคม 2553

 

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: