Home > ประกันสังคมในต่างแดน > ตอนที่ 6 ตะลุยแดนกิมจิ

ตอนที่ 6 ตะลุยแดนกิมจิ

ช่วงไม่กี่ปีมานี้กระแสเกาหลีทั้งวัฒนธรรม ละคร นักร้อง รวมถึงเทคโนโลยีต่างถาโถมซัดสังคมโลกกันเป็นระลอกๆ ใครบ้างไม่รู้จัก “แดจังกึม” “Full House” “Rain” “จูมง” “ลีซาน” “Wonder Girls” “ดงบังชินกิ” หรือ “Samsung” ผมเองก็หนีกระแสนี้ไม่ไหวเลยรีบไปหาข้อมูลระบบประกันสังคมมาฝากท่านผู้อ่าน จะได้ไม่ตกกระแส

“เศรษฐกิจต้องมาก่อน” เป็นสโลแกนการพัฒนาสวัสดิการของเกาหลีมานานร่วม 30 ปีเลยครับ เขาเชื่อว่าการสร้างมาตรฐานการดำรงชีวิตของแต่ละบุคคลนั้นไซร้คือหนทางตอบสนองความต้องการทางสังคมที่ดีที่สุด แต่มันกลับไม่เป็นอย่างนั้นสิครับ เพราะประชาชนแต่ละคนต้องแบกรับความเสี่ยงกันเอง ทุกวันนี้เกาหลีจึงต้องเปลี่ยน และหันมาพัฒนาระบบประกันสังคมแบบถ้วนหน้า มองเรื่องความเท่าเทียมและการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขของคนในประเทศกันมากขึ้น เรามาดูไปพร้อมๆ กันครับ

ระบบประกันสังคมเริ่มต้นประมาณปี 2504 ด้วยการจัดตั้งระบบบำนาญแห่งชาติสำหรับลูกจ้างภาครัฐและบุคลากรทางทหาร รัฐบาลเขาเลือกกลุ่มนี้ก่อนเพราะพวกเขามาจากการยึดอำนาจจึงต้องสร้างความนิยมและความจงรักภักดีให้กับคนที่เป็นมือเป็นเท้าให้กับตนก่อน เป็นการใช้สวัสดิการปิดปาก ส่วนลูกจ้างกลุ่มอื่นๆ ค่อยๆ ทะยอยต่อมาในภายหลัง

…รู้แล้วอย่าไปบอกใครนะครับ ความจริงแล้วเรื่องความเคลื่อนไหวของระบบประกันสังคมทั่วโลกเป็นเรื่องของการเมืองเหมือนกันทั้งนั้น…

เรื่องที่เกาหลีเขาพูดๆ กันบ่อยในปัจจุบันเห็นจะไม่พ้นเรื่องของประกันสุขภาพ บำนาญชราภาพและเรื่องเกี่ยวกับการมีงานทำ

การประกันสุขภาพของเกาหลีมีความแปลกมากครับ เพราะครอบคลุมประชากรเกือบทุกคนในประเทศ เรียกว่าใจกว้างกันสุดๆ แต่ที่ผมบอกว่าแปลกก็เพราะในระบบนั้นมีผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบไม่มากเท่าไหร่แต่ผู้อยู่ในอุปการะของผู้ประกันตนนะสิครับที่มากกว่าตัวผู้ประกันตนเกือบสองเท่าเชียว

เหตุมันเกิดมาจากนิยามครับ เพราะคำว่าผู้อยู่ในอุปการะของผู้ประกันตนมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลมาก หมายรวมถึงญาติโกโหติกาทั้งขาขึ้นและขาล่อง คือ ตั้งแต่คู่สมรส บุตร พ่อแม่ ปู่ย่าตายายของทั้งตัวผู้ประกันตนและคู่สมรส พี่น้องที่ผู้ประกันตนต้องเลี้ยงดูก็ยังพลอยได้สิทธิกับเค้าด้วย

…บ้านเราแค่คิดถึงเฉพาะเรื่องขยายความคุ้มครองสู่คู่สมรสและบุตรผู้ประกันตนก็แย่แล้ว…

คุยเรื่องเกาหลีต่อนะครับ คราวนี้ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งค่าหมอ ค่ารักษา ค่ายา ค่าปรึกษาต่างยกขบวนพาเหรดขึ้นราคาอย่างถ้วนหน้า เหตุสำคัญก็คือการไม่ได้แบ่งบทบาทของแพทย์และเภสัชกรอย่างเข้มงวด ต่างคนก็ต่างสั่งจ่ายกันอย่างสบายใจเพราะไม่ต้องรอฟังผลจากอีกฝ่าย สุดท้ายด้วยเหตุผลนานัปการที่กล่าวมาจึงทำให้ค่าใช้จ่ายของระบบประกันสุขภาพก็สูงขึ้นจนเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน

ผมขอไปที่ระบบประกันชราภาพกันหน่อย ปัจจุบันเขาเก็บเงินสมทบสำหรับกรณีชราภาพจากนายจ้างลูกจ้างฝ่ายละ 4.5 % และให้เงินบำนาญเยอะพอสมควร สูตรคำนวณซับซ้อนและมีหลายแบบ แต่สรุปคือมาตรฐานอยู่ประมาณ 50% ของรายได้ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการส่งเงินสมทบและค่าจ้าง

เรื่องที่ไม่ควรจะเร็วแต่กลับเร็วก็คือการแปรสภาพสังคมเกาหลีจากสังคมจาก ageing society (สังคมที่มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 7%) เป็นสังคม old society (สังคมที่มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 14%) เร็วมากๆ ตัวอย่างเช่น ฝรั่งเศสใช้เวลา 115 ปี เยอรมนีใช้ 40 ปี ญี่ปุ่นใช้ 24 ปี แต่เกาหลีจะใช้เพียง 22 ปีเท่านั้น ในการเป็น old society เร็วกว่าเค้าเพื่อน

เกาหลีต้องเจอปัญหาว่ากองทุนจะหมดภายใน 30 ปี คราวนี้ก็คิดกันจ้าล่ะหวั่น มีการออกกฎหมายปฏิรูปบำนาญแห่งชาติด้วยคือ ส่งเสริมให้คนมีบุตรเพิ่มขึ้น ชดเชยผู้ที่รับราชการทหาร การกำจัดการเลือกปฏิบัติทางเพศ รวมถึงปรับอัตราบำนาญที่ต้องปรับลดบำนาญเหลือประมาณ 40% ในปี 2571

พี่น้องชาวไทยโชคดีกว่าหน่อยเพราะประกันสังคมเริ่มให้สิทธิกรณีชราภาพปี 2541 กว่ากองทุนจะหมดก็ประมาณอีก 50 ปีให้หลัง คือประมาณปี 2590 โน่น ดูเหมือนนาน แต่ความจริงแล้วไม่นานนะครับ ขอบอก

การเคลื่อนไหวอีกประการที่น่าสนใจก็คือ กองทุนบำนาญแห่งชาติที่รับผิดชอบเรื่องการลงทุนจะแยกตัวออกจากการกำกับดูแลของกระทรวงสุขภาพและสวัสดิการ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ความโปร่งใสและเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่งบ้านเราก็เคยร่ำๆ ว่าจะให้สำนักบริหารการลงทุนซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สำนักงานประกันสังคมที่ดูแลด้านการลงทุนออกเป็นหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ (Service Delivery Unit: SDU) ด้วยเหตุผลคล้ายกันแต่ยังไม่สำเร็จ ตอนนี้เลยพยายามจะให้กองทุนประกันสังคมเป็นนิติบุคคลแทน ก็ยังเงื้อง่ากันอยู่

ลองมาเหลียวดูเรื่องการจ้างงานกันบ้าง เกาหลีเขาแบ่งแรงงานออกเป็น 3 ประเภทครับ คือ ลูกจ้างตามปกติ ลูกจ้างชั่วคราว และลูกจ้างรายวัน เป็นไงล่ะครับ ก็กลุ่มลูกจ้างชั่วคราวกับลูกจ้างรายวันดันมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาคือกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยมีความมั่นคงสักเท่าไหร่น่ะสิครับ คนจำนวนมากไม่ได้เข้าระบบประกันสังคม ผู้หญิงก็อยู่กลุ่มนี้เยอะด้วย พอตัวเองไม่มีหลักประกันที่เป็นของตัวเอง ก็จะได้เฉพาะยืมชาวบ้านกรณีที่ตัวเองมีสถานะเป็นผู้พึ่งพิงเท่านั้น สิทธิอื่นๆ ที่ควรได้ก็กลับไม่ได้

บ้านเราต้องดูเป็นข้อคิดครับ เพราะปัจจุบันมีนายจ้างจำนวนมากพยายามเลี่ยงกฎหมายเพื่อไม่ให้ลูกจ้างต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมจะได้ไม่ต้องส่งเงินสมทบ แต่มันกลับเป็นผลเสียต่อลูกจ้างเพราะไม่มีหลักประกันในการทำงาน สุดท้ายก็ต้องลำบากนายจ้างอยู่ดีครับ

นักวิชาการบางท่านบอกว่าระบบสวัสดิการของเกาหลีเป็นแบบลูกครึ่งหลายเชื้อชาติ เขาบอกว่ารัฐมีบทบาทมากเหมือนสแกนดิเนเวีย แต่ก็เน้นความสำคัญของครอบครัวเหมือนกลุ่มยุโรปใต้ ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการประกันแบบสมัครใจและบทบาทของเอกชนเหมือนกับอังกฤษ และก็ยังใช้ระบบประกันสังคมเหมือนกับกลุ่มภาคพื้นยุโรปอีก ผสมกันจนแยกน้ำแยกเนื้อไม่ได้

แต่ท่ามกลางปัญหาก็มีความน่ารักอยู่นะครับ เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาเกาหลีได้เสนอระบบ “โควต้าคุณพ่อ” คือ เขาบังคับให้นายจ้างอนุญาตให้คุณพ่อมือใหม่หยุดงานเป็นเวลา 1 เดือนเพื่อดูแลลูกผู้เพิ่งโผล่มาดูโลกใบใหม่ (นโยบายนี้เหมือนกับประเทศสวีเดนถ้าใครยังจำได้) นายจ้างก็ไม่ต้องกังวลครับ เพราะรัฐจะช่วยหาลูกจ้างทดแทนช่วงที่ยอดคุณพ่อหยุดงานอีกด้วย

… แหม อยากเป็นคุณพ่อของเด็กเกาหลีบ้างจัง…

ผมเขียนบทความประกันสังคมในต่างแดนมา 6 เรื่องแล้ว ตั้งแต่เยอรมนี อังกฤษ สวีเดน เวียดนาม ฟิลิปปินส์และเกาหลี ถือเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปีพอดี ก็เลยอยากให้ท่านผู้อ่านส่งอีเมล์มาบอกที่ tanit@sso.go.th ว่าชอบระบบประกันสังคมของประเทศไหนจาก 6 ประเทศข้างต้นมากที่สุด และเพราะอะไร ใครเขียนโดนใจมากที่สุดก็รับของรางวัลไปเลยครับ

หมายเหตุ: ตีพิมพ์ในวารสารประกันสังคม ปีที่ 16 ฉบับที่ 4 กรกฎาคม – สิงหาคม 2553

 

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: