Home > ประกันสังคมในต่างแดน > ตอนที่ 5 ฟิลิปปินส์ นวัตกรรมที่ไม่ยอมหยุดนิ่ง

ตอนที่ 5 ฟิลิปปินส์ นวัตกรรมที่ไม่ยอมหยุดนิ่ง

ตอนเด็กๆ ผมเคยได้ยินว่าคนที่หน้าตาคล้ายกับคนไทยมากที่สุดก็คือคนฟิลิปปินส์ และฟิลิปปินส์ก็ยังเป็นประเทศที่มีจำนวนเกาะมากที่สุดในโลก คือมากกว่า 7,000 เกาะ แล้วระบบประกันสังคมของฟิลิปปินส์ล่ะคล้ายของไทยไหม และมีอะไรเป็นที่สุดหรือไม่ มาช่วยค้นหาด้วยกันสิครับ

ระบบประกันสังคมของประเทศฟิลิปปินส์แก่กว่าประกันสังคมไทยเราประมาณ 30 ปี โดยเริ่มให้บริการอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2500 พอดี มีหน่วยงานหลักที่ดูแลชื่อว่าสำนักงานระบบความมั่นคงทางสังคม (Social Security System) ซึ่งผมขอเรียกว่า SSS ก็แล้วกันครับ

พ.ศ. 2503 เป็นขาขึ้นของเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ ประชากรก็เพิ่มขึ้น SSS จึงคิดเพิ่มเสถียรภาพให้ระบบประกันสังคมโดยการขยายฐานสมาชิกด้วยการเปิดสำนักงานระดับภาคและจังหวัด กลุ่มแรงงานภาคการเกษตรและลูกจ้างรัฐบาลต่างประเทศจึงเริ่มมีสิทธิได้รับความคุ้มครองประกันสังคมตั้งแต่นั้น

…ในขณะที่ปัจจุบันประกันสังคมของไทยเรากำลังจะหาทางขยายความคุ้มครองคลุมไปถึงกลุ่มแรงงานนอกระบบอยู่…

พ.ศ. 2513  SSS ยังคงง่วนอยู่กับการขยายความคุ้มครองประกันสังคมไปยังกลุ่มต่างๆ เช่น ลูกจ้างที่นายจ้างในต่างประเทศ รวมถึงการให้บุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายสามารถเป็นผู้รับประโยชน์ทดแทนบางกรณีแทนผู้ประกันตนได้

…ในขณะที่ปัจจุบันประกันสังคมของไทยกำลังพูดถึงการขยายสิทธิประกันสังคมไปสู่คู่สมรสและบุตรของผู้ประกันตน…

พ.ศ. 2523 ประกันสังคมเป็นตัวช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและยังเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการพัฒนาสังคมอีก มีทั้งการให้สมาชิกกู้ยืมเงินไปฟื้นฟูธุรกิจ และยังใช้เงินกู้ยืมจากกองทุนไปช่วยในการพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ การประกอบกิจการต่างๆ รวมถึงการเคหะก็ได้รับอานิสงฆ์ไปด้วย

…ในขณะที่ตอนนั้นประกันสังคมของไทยยังคงเป็นวุ๊นอยู่ ( แต่ดีหน่อยที่ตอนนี้ของไทยเราก็มีบทบาทในเรื่องดังกล่าวมากพอสมควร)…

พ.ศ. 2533 ถือเป็นยุคทองแห่งเทคโนโลยีอย่างแท้จริง เทคโนโลยีชั้นสูงต่างๆ ถูกนำมาใช้เพื่อให้เข้าถึงบริการดีขึ้น เช่นการใช้ระบบบริหารจัดการข้อมูลมาช่วยลดการใช้กระดาษ หรือการนำระบบเทคโนโลยีชีวภาพ พวกการสแกนลายนิ้วมือ ม่านตาหรือเสียง (คล้ายๆ กับการทำ e-Passport) มาช่วยตรวจยืนยันตัวตนเพื่อลดการอ้างรับประโยชน์ทดแทนซึ่งนับเป็นแห่งแรกในเอเชียทีเดียว

…ในขณะที่ประกันสังคมเราเพิ่งจะคลอดอย่างสมบูรณ์ก็ตอนปี พ.ศ. 2533 นี่เอง…

ผมค่อยๆ ไล่ลำดับปีมาเพื่อชี้ให้เห็นว่าระบบประกันสังคมของฟิลิปปินส์มีมาก่อนเรานานพอสมควร ทั้งมีพัฒนาการไปค่อนข้างไกลและมีแนวทางการดำเนินงานในอดีตที่บางครั้งเพิ่งจะเป็นประเด็นในประเทศไทยในปัจจุบัน ดังนั้น จึงเป็นอีกประเทศหนึ่งที่น่าเรียนรู้ครับ

ระบบประกันสังคมของฟิลิปปินส์ค่อนข้างน่าสนใจครับ ที่เด่นๆ ก็คงจะเป็นเรื่องการให้ความคุ้มครองประกันสังคมแบบถ้วนหน้า เพราะตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งเป็นปีที่ฟิลิปปินส์มีพระราชบัญญัติประกันสังคมโดยสมบูรณ์ แรงงานกลุ่มต่างๆ ก็มีโอกาสเข้าสู่ระบบประกันสังคมเกือบทั่วถึง

นอกจากแรงงานในประเทศแล้ว เนื่องจากชาวฟิลิปปินส์พูดภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดีทำให้ออกไปขายแรงงานในต่างประเทศกันมาก ประกันสังคมเขาก็ยังตามไปคุ้มครองประชากรถึงที่ด้วย โดยจะมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่เปิดโอกาสให้แรงงานสามารถจ่ายเงินสมทบได้มากๆ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงขึ้นด้วย

ที่กล้าหาญมาก คือ การไปเปิดสำนักงานถึงในต่างประเทศ โดยเริ่มจากอิตาลีเป็นที่แรก

นวัตกรรมประกันสังคมมีมาให้เห็นกันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทั้งการบริการและการบริหารดีขึ้นครับ ทั้งการออกแบบให้แรงงานนอกระบบสามารถส่งเงินแบบรายวันได้ ทั้งยังมีระบบการสอบถามข้อมูลออนไลน์  การแจ้งข่าวสารด้วย SMS การจ่ายประโยชน์ทดแทนผ่านธนาคาร เป็นต้น

…บางอย่างที่ว่านี้บ้านเราก็มี แต่บางอย่างก็เกือบจะมี

ปัจจุบันนายจ้างลูกจ้างจ่ายเงินสมทบรวมกันประมาณ 13% โดยภาระส่วนใหญ่ตกอยู่กับนายจ้างคือประมาณ 8% กว่าๆ สิทธิประโยชน์ที่ให้จะว่าไปแล้วหน้าตาก็คล้ายๆ กับของไทยครับ แต่ดูเหมือนจะมีรายละเอียดปลีกย่อยมากกว่า

ตัวอย่างเช่น กรณีบำนาญชราภาพ มีการกำหนดเพดานรายได้ที่นำไปคำนวณเงินสมทบไม่เกิน 15,000 เปโซ และอัตราบำนาญจะอยู่ที่ 300 เปโซ บวกด้วย 20% ของรายได้เฉลี่ยรายเดือนและอีก 2% ของรายได้เฉลี่ยรายเดือนสำหรับทุกปีที่จ่ายเงินสมทบเกิน 10 ปี หรือไม่ก็คิดจาก 40% ของรายได้เฉลี่ยรายเดือนเลย ขึ้นอยู่กับว่าแบบไหนมากกว่ากัน

…คล้ายๆ ของเราไหมครับ หรือว่าของเราคล้ายๆ ของเขา…

สิทธิประโยชน์ที่ฟิลิปปินส์ไม่มีแต่ไทยเรามีก็คือประกันสังคมกรณีสงเคราะห์บุตรและว่างงาน

ท่านผู้อ่านครับ ถ้าพูดถึงประกันสังคมฟิลิปปินส์แล้วไม่พูดถึงเธอผู้หนึ่งก็ดูจะกระไรอยู่

เธอเป็นวีรสตรีคนสำคัญ ชื่อว่า Corazon de la Paz เคยเป็นประธานของ SSS ครับ เธอโด่งดังมาจากการกู้วิกฤติทางการเงินให้กับระบบประกันสังคมในช่วงไม่ถึง 10 ปีที่ผ่านมา เธอดังไม่หยุดจนกระทั่งได้รับเลือกเป็นประธานสมาคมความมั่นคงทางสังคมนานาชาติ (International Social Security Association: ISSA) อย่างไร้คู่แข่งสองสมัยติดจนถึงปัจจุบัน และเป็นประธานคนแรกที่เป็นผู้หญิงด้วย

SSS เขาภูมิใจในองค์กรของตนมากครับ เพราะได้รับการยกย่องว่าเป็นองค์กรที่ต่อสู้กับปัญหาคอรัปชั่นได้ดีเป็นลำดับต้นๆ ของหน่วยงานราชการของฟิลิปปินส์ทั้งประเทศด้วย อันนี้น่านับถือครับ แต่ที่ผมชื่นชมใน SSS ก็คือเขาเปิดโอกาสให้นักเรียนเข้ามาฝึกงานใน SSS เพราะนอกจากเด็กจะได้มีเงินเก็บแล้วก็ยังเป็นการสร้างความตระหนักต่อสาธารณะในเรื่องบริการประกันสังคมอีกด้วย เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

ถ้าของไทยเราจะมีบ้างผมจะสนับสนุนเต็มที่ เผื่อว่าจะมีน้องๆ (หนูๆ) มาช่วยงานสักคนสองคน (แฮ่ม)

อย่างไรก็ตาม ฟิลิปปินส์ก็มีปัญหาหนักอกอยู่ครับ คือแม้ว่ากฎหมายจะให้โอกาสแรงงานนอกระบบซึ่งเป็นแรงงานกลุ่มใหญ่สุดของประเทศเข้าระบบประกันสังคมได้แต่ก็ยังมีสัดส่วนน้อยมากที่ได้เข้า และสิทธิประโยชน์ส่วนใหญ่ของแรงงานในระบบจะดีกว่ามาก แต่โดยรวมแล้วก็ยังต่ำกว่ามาตรฐานสากล อีกทั้งฟิลิปปินส์เป็นประเทศมีแรงงานรายได้น้อยเป็นจำนวนมากทำให้มีความเสี่ยงต่อการไม่มีเงินจ่ายเงินสมทบ ซึ่งก็จะกระทบต่อสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับด้วย

ผมมานั่งเปรียบเทียบดูแล้ว สิทธิประโยชน์ของเราค่อนข้างจะดีกว่าฟิลิปปินส์พอสมควร แต่ในด้านนวัตกรรมการบริการและบริหารเรายังเป็นรองอยู่ ซึ่งฟิลิปปินส์ก็เป็นอีกประเทศที่เราน่าเรียนรู้และมาปรับใช้พัฒนาระบบประกันสังคมไทยได้ครับ

ฉบับหน้าผมจะพาไปทำความรู้จักกับประเทศในเอเชียกันต่ออีกสักครั้งจะได้เสมอกับยุโรป (3 ครั้งเท่ากัน) สำหรับฉบับนี้… สวัสดีครับ

หมายเหตุ: ตีพิมพ์ลงในวารสารประกันสังคม ปีที่ 16 ฉบับที่ 3 พฤษภาคม – มิถุนายน 2553

 

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: