Home > ประกันสังคมในต่างแดน > ตอนที่ 12 ประเด็นร้อนในเวทีโลก (2): “คนชราจะล้นโลก”

ตอนที่ 12 ประเด็นร้อนในเวทีโลก (2): “คนชราจะล้นโลก”

ถ้ามีคนบอกว่าในอนาคต “คนชราจะล้นโลก” ท่านจะเชื่อหรือไม่ เราจะมองข้ามคำกล่าวนี้ไม่ได้ครับ เพราะปัจจุบันมีผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปราว 1 ใน 10 ของประชากรทั้งโลก แต่ในอีก 40 ปีข้างหน้า สัดส่วนจะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 1 ใน 5 หรือ 20% ของประชากรทั้งหมด

…นั่นหมายความว่าหากมีคนเดินมา 5 คน จะมีอย่างน้อย 1 คนที่เป็นผู้สูงอายุ

ครับ ซีรีส์ภาคจบของประเด็นร้อนในเวทีโลกครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับวิกฤติบำนาญชราภาพซึ่งนับได้ว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่ถกเถียงกันอย่างกว้างมากที่สุด เพราะค่าใช้จ่ายสำหรับบำนาญมีอัตราส่วนสูงที่สุดในระบบความมั่นคงทางสังคมของแทบจะทุกประเทศ และทันทีที่จำนวนคนรับเงินบำนาญเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มันก็เหมือนปัญหาที่ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง

กระนั้น สถานการณ์ก็แตกต่างกันตามแต่ละประเทศครับ ปัจจุบันกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่กำลังประสบกับปัญหาคนเกษียณจำนวนมาก แต่ในราวอีกสิบปีข้างหน้าปัญหาจะทุเลาลงไป และจะเป็นคิวของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าวแทน

หลายท่านมีคำถามว่าทำไมถึงเกิดวิกฤติผู้สูงอายุกันทั่วโลกเช่นนี้?

บางท่านอาจเดาว่าคงเป็นเพราะอานิสงส์จากคำอวยพรตอนแต่งงาน “ให้อยู่กันจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร” หรือ “ให้มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง” แน่นอนครับมันไม่ใช่ แต่มีปัจจัยบางประการที่ทำให้เกิดสถานการณ์เช่นนั้น

หนึ่ง…ปรากฏการณ์ Baby Boom ซึ่งไม่ได้แปลว่า “เด็กดังระเบิด” แต่หมายถึงปรากฏการณ์ที่มีการส่งเสริมสนับสนุนให้เพิ่มจำนวนประชากรเพื่อเป็นกำลังหลักในการฟื้นฟูและพัฒนาประเทศหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และเมื่อประชากรที่เกิดพร้อมๆ กันกลุ่มนี้ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของโลกมีการเคลื่อนตัวคือเกษียณอายุพร้อมๆ กัน จึงส่งผลกระทบเป็นภาระค่าใช้จ่ายมหาศาล

สอง…อัตราการเกิดลดลง ทั้งจากความจำเป็นทางเศรษฐกิจคนจึงไม่อยากมีลูกกัน หรือต้องการมีก็ไม่มีเพราะสภาวะทางกายและใจไม่สมบูรณ์ หรืออาจเพราะนโยบายวางแผนครอบครัว

ใครติดตามข่าวต่างประเทศจะรู้ว่ามีบางประเทศ เช่น สิงคโปร์ ถึงขั้นรัฐบาลต้องลงทุนให้ประชากรชายหญิงของประเทศรีบแต่งงานกันจะได้มีประชากรเพิ่มขึ้น ส่วนจีนก็มีนโยบายคุมกำเนิดให้เหลือแค่ครอบครัวละ 1 คนในบางพื้นที่ หรือ One Child Policy

สาม…ความก้าวหน้าทางการแพทย์ช่วยยืดอายุคน ทำให้มีอายุยืนขึ้น เมื่อประมาณ 60 ปีที่ผ่านมา อายุขัยเฉลี่ยของประชากรอยู่ที่ต่ำกว่า 50 ปี แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 70 ปีแล้ว นับเป็นการปฏิเสธคำพูดเดิมๆ ว่าชีวิตคนเรานั้นแสนสั้น

ข้อมูลน่ารู้ครับ ปัจจุบันอเมริกามีจำนวนประชากรที่มีอายุเกิน 100 ปีมากที่สุดในโลก จำนวนถึง 70,490 คน รองลงมาคือญี่ปุ่น จำนวน 44,449 คน

สถานการณ์เหล่านี้เปรียบเหมือนกับฝนตกครับ หากฝนตกบ้างไม่ตกบ้าง ก็จะสามารถระบายน้ำได้ทันไม่มีปัญหา แต่หากฝนตกหนักติดต่อกันต่อเนื่องหลายๆ วัน ระบายน้ำไม่ทัน น้ำก็จะท่วม

สรุปรวบยอด ก็คือ คนขาเข้ามีน้อยกว่าคนขาออก ซึ่งก็เท่ากับว่าจำนวนคนที่จ่ายเงินมีน้อยกว่าจำนวนคนที่รับเงิน อัตราพึ่งพิงสูงขึ้น ซึ่งเรื่องมันจะไม่วิกฤติหากค่าใช้จ่ายสำหรับผู้สูงอายุไม่สูงนัก แต่มันตรงกันข้าม ทั้งเงินบำนาญ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพมีอัตราสูงลิ่วในหลายประเทศ

ผมมีโจทย์คณิตศาสตร์ง่ายๆ ครับ ตอนก่อนสมมุติผู้สูงอายุ 1 คน มีลูก 5 คนช่วยเลี้ยง ถ้าค่าอาหารสำหรับผู้สูงอายุราคา 100 บาท ลูกๆ ก็ออกกันคนละประมาณ 20 บาท

แล้วลองนึกต่อนะครับ ถ้าเหลือลูกเพียง 2 คน อาหารราคา 100 บาทเท่าเดิม ลูกทั้งสองจะต้องช่วยกันออกคนละเท่าไร … ใช่แล้วครับ! ต้องเพิ่มขึ้นเป็นคนละ 50 บาท ภาระสูงขึ้นอย่างชัดเจน

ระบบประกันสังคมได้รับผลกระทบเต็มๆ ครับ เพราะการจะสร้างเสถียรภาพให้ระบบได้จะต้องมีประชากรใหม่ในปริมาณที่สมดุลทดแทนเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป จึงเกิดข้อกังวลว่ากองทุนจะหมดลงในวันใดวันหนึ่ง

ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกตื่นตัวกันมีวิธีให้เลือกกันสารพัด ผมขอยกตัวอย่างแนวทางที่เป็นที่เป็นที่นิยมกัน

หนึ่ง….คงระบบช่วยเหลือเกื้อกูล หรือ “เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข” แบบประกันสังคมในปัจจุบันเอาไว้ ซึ่งอาจต้องเลือกที่จะเพิ่มเงินสมทบ ขยายอายุเกษียณ ลดอัตราบำนาญ ขยายระยะเวลาการส่งเงินสมทบ หรือปรับสูตรการคำนวณบำนาญโดยเอาปัจจัยทางประชากรมาเป็นตัวแปรหนึ่ง เป็นต้น เพื่อยืดอายุกองทุนออกไป

วิธีนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงของคนเป็นหลัก เพราะจะยังคงการันตีการจ่ายบำนาญไปตลอดชีวิตเหมือนเดิม แต่ผู้ประกันตนก็คงต้องได้รับผลกระทบทางใดทางหนึ่ง เช่น จ่ายเงินเพิ่ม ทำงานนานขึ้น หรือได้เงินน้อยลง

สอง….เปลี่ยนเป็นจ่ายบำเหน็จ ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมาเท่าไหร่ให้คืนเท่านั้น (บวกดอกผลด้วย) เป็นเงินก้อนครั้งเดียวจบ บัญชีใครบัญชีมัน ผู้เกษียณรับผิดชอบตัวเอง วิธีนี้ลดความเสี่ยงของภาครัฐเพราะไม่ต้องรับประกันว่าต้องจ่ายบำนาญแม้จะขาดทุน หมดปัญหาเรื่องกองทุนจะล่ม แต่จะไปเจอกับปัญหาใหม่ที่ว่าถ้าผู้เกษียณใช้เงินหมดตั้งแต่ปีแรกๆ ไม่ว่าจะเป็นซื้อของอย่างเมามัน เอาไปลงทุนแล้วเจ๊ง หรือญาติพี่น้องช่วยใช้จนหมด ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นสูงมาก แล้วจะทำอย่างไรต่อ?

ผมเคยมีโอกาสคุยกับทูตของประเทศญี่ปุ่นที่ประจำเมืองไทยท่านหนึ่งว่าประเทศญี่ปุ่นซึ่งใช้ระบบประกันสังคมคิดเห็นอย่างไร มีทิศทางที่จะเปลี่ยนเป็นให้บำเหน็จเพื่อลดภาระกองทุนเหมือนบางประเทศหรือไม่ ท่านตอบอย่างน่าคิดครับว่า “ประกันสังคมไม่ใช่ธนาคาร”

สาม…ปรับให้มีทั้งเงินบำเหน็จและบำนาญ เป็นการลดผลกระทบของทั้งสองแนวทางข้างต้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าคงได้บำนาญไม่เท่าวิธีที่หนึ่ง และก็คงได้บำเหน็จน้อยกว่าวิธีที่สอง

ย้อนกลับมามองดูไทยกันบ้าง ถามว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาต่อระบบประกันสังคมของไทยหรือไม่ คำตอบคือ….เป็น เพราะเราก็กำลังจะเริ่มเผชิญกับคลื่น Baby boom ในอีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า และคาดการณ์ว่ากองทุนกรณีชราภาพอาจหมดลงในอีกไม่ถึง 40 ปีนับจากนี้หากไม่มีการงัดมาตรการอะไรออกมารับมือ

เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่หนักอึ้งที่รออยู่ในอนาคตอันไม่นานนัก แต่ก็ไม่ได้รวดเร็วเป็นรถด่วนจนทำอะไรไม่ได้เลย …ยังพอมีเวลาครับ

ส่วนตัวผมคิดว่า ด่านแรกที่สังคมไทยต้องฝ่าไปให้ได้ คือ “ปรัชญาในการให้ความคุ้มครองผู้สูงอายุ”ครับว่าเราจะเลือกแบบไหนกัน จะเอา “คนอยู่รอด” หรือ “กองทุนอยู่รอด”

ด่านถัดไปที่จะมองข้ามไม่ได้เลย ก็คือ เงินสำหรับกรณีชราภาพ ไม่ว่าจะเป็นบำเหน็จหรือบำนาญมีอัตราที่เพียงพอกับการครองชีพหรือไม่?

และด่านสุดท้าย คือ จะทำอย่างไรให้ผู้เกษียณดำรงชีวิตอยู่อย่างเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณค่า

…เหล่านี้คือโจทย์ที่น่าปวดหัวเป็นที่สุด…

การปรับปรุงบำเหน็จบำนาญชราภาพของระบบประกันสังคมเป็นสิ่งเลี่ยงไม่ได้ครับและคงต้องกระทบต่อพี่น้องผู้ประกันตนทางใดทางหนึ่ง แต่เหนือสิ่งอื่นใดครับ ผมอยากจะขอให้ทุกท่านเข้าใจถึงความจำเป็นของการเปลี่ยนแปลงและมันจะสำเร็จไม่ได้เลยหากท่านไม่ให้ความร่วมมือ เพื่อที่จะทำให้

…ทั้ง “คน” และ “กองทุน”อยู่รอด และอยู่เคียงข้างกันตลอดไป…

หมายเหตุ: ตีพิมพ์ในวารสารประกันสังคม ปีที่ 17 ฉบับที่ 5 พฤษภาคม 2554

 

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: