Home > ประกันสังคมในต่างแดน > ตอนที่ 10 แคนาดา กว้างใหญ่เพียงไหน ความคุ้มครองก็ไปถึง

ตอนที่ 10 แคนาดา กว้างใหญ่เพียงไหน ความคุ้มครองก็ไปถึง

ถ้าให้เรียงลำดับประเทศที่น่าอยู่มากที่สุด รับรองต้องมีแคนาดาติดอันดับต้นๆ แน่นอน ประเทศที่มีใบเมเปิ้ลอยู่บนธงชาตินี้ตั้งอยู่บนทวีปอเมริกาเหนือมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่มีความหนาแน่นของประชากรเป็นอันดับ 228 ของโลกเพียง 3.4 คนต่อตารางกิโลเมตร (ประเทศไทยประมาณ 125 คนต่อตารางกิโลเมตร) หลงทางทีนึงหากันไม่เจอแน่ๆ ครับ แคนาดาประกอบด้วย 10 รัฐและ 3 เขตปกครอง มีภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาทางการ

ระบบสวัสดิการของแคนาดาเริ่มนับหนึ่งตั้งแต่ที่คณะเดินทางชาวฝรั่งเศสและอังกฤษข้ามน้ำข้ามทะเลมาสำรวจและตั้งรกรากบนดินแดนแห่งนี้ แคนาดาจึงได้รับอิทธิพลจากทั้งสองชาติ เขตของฝรั่งเศสมีการใช้โบสถ์คาทอลิกให้ความช่วยเหลือ ส่วนเขตของอังกฤษก็ใช้รูปแบบกฎหมายความยากจนและมีสถานสงเคราะห์คนจนตามเมืองใหญ่ แต่บางพื้นที่ก็มีการให้ความช่วยเหลือในรูปชุมชน กลุ่มเพื่อน เพื่อนบ้าน และครอบครัวเป็นแหล่งสวัสดิการหลักเหมือนสังคมไทยสมัยก่อน

ต่อมาเมื่อแคนาดาได้ปรับเป็นประเทศอุตสาหกรรม คนจึงได้เริ่มหลั่งไหลเข้ามาในเมืองเพื่อโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า เงินเดือนกลายเป็นรายได้หลัก ในขณะที่การบรรเทาความยากจนตามรูปแบบของอังกฤษยังคงมีอยู่แต่ก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายของการดูถูกดูแคลนต่อผู้รับความช่วยเหลือ  ภายหลังลูกจ้างได้ริเริ่มออกเงินคนละเล็กน้อยเข้ากองทุนพิเศษที่จัดตั้งเพื่อการเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานขึ้นมาเป็นครั้งแรกในรัฐออนตาริโอ และเป็นต้นแบบให้กับบางรัฐในกาลต่อมา

…ระบบประกันสังคมของไทยก็เริ่มต้นจากกองทุนเงินทดแทนก่อนเหมือนกัน

จุดเปลี่ยนของความก้าวหน้าที่สำคัญก็คือเหตุการณ์เศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ช่วงปี พ.ศ. 2472 – 2482 (The Great Depression) รวมถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงปี พ.ศ. 2482 – 2488 ที่เป็นตัวเร่งให้เกิดกระบวนการสร้างสังคมเมืองและปรับเป็นประเทศอุตสาหกรรม ทำให้มีการเรียกร้องให้ช่วยเหลือกลุ่มคนชรา กลุ่มแม่ม่ายและเด็ก และที่สำคัญคือกลุ่มผู้ตกงานซึ่งเดิมเป็นเพียงปัญหาระดับท้องถิ่นได้กลับกลายเป็นปัญหาระดับชาติไปเสียแล้ว

ครั้นเมื่อ The Great Depression สิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2482 ปีรุ่งขึ้นคือ พ.ศ. 2483 ก็กำเนิดการประกันการว่างงานซึ่งถือเป็นระบบประกันสังคมแห่งชาติครั้งแรกในแคนาดา (แม้จะมีกองทุนเงินทดแทนมาก่อนแต่เป็นการให้ความคุ้มครองอยู่เฉพาะบางรัฐ) ก่อนที่จะมีการพัฒนาประกันด้านสุขภาพ ประกันชราภาพและประกันด้านอื่นๆ ในเวลาต่อมา

ระบบความมั่นคงทางสังคมในแคนาดาได้พัฒนาจนมาถึงจุดสูงสุดในปี พ.ศ. 2514 ได้ขยายความคุ้มครองจนเรียกได้ว่าถ้วนหน้าและเพิ่มสิทธิประโยชน์สูงมาก โดยเฉพาะการทบทวนกฎหมายประกันการว่างงานซึ่งขณะนั้นถูกมองว่าเป็นพระเอก เพราะมีคนได้รับสิทธิจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลังจากนั้นระบบความมั่นคงทางสังคมได้เข้าสู่ยุคถดถอย เนื่องจากรายจ่ายสูงเกินไป คนที่เดือดร้อนไม่ได้รับสิทธิอย่างเพียงพอ คนเลือกรับเงินสงเคราะห์มากกว่าทำงานเพื่อรับค่าจ้าง และโครงการความมั่นคงทางรายได้บั่นทอนแรงจูงใจในการทำงานและลดการพึ่งตนเอง

ประกันการว่างงานนี่แหละที่กลายเป็นปัญหาหลักเพราะทำให้แคนาดาต้องเผชิญกับการขาดดุลงบประมาณ เป็นหนี้ รวมถึงเศรษฐกิจชะงักงัน ไม่เท่านั้น ประกันการว่างงานยังถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวการทำให้อัตราการว่างงานสูงขึ้นอีกด้วย จากพระเอกจึงได้กลับกลายเป็นผู้ร้ายไปเสีย

…ผมมองว่านี่เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศอื่นๆ ที่พยายามจะเพิ่มสิทธิประโยชน์มากเกินความพอดี…

หลังจากนั้นจึงได้มีการเปลี่ยนแปลงหลายประการ การให้สวัสดิการแบบถ้วนหน้าได้ถูกลดระดับลง มีการริเริ่มโครงการความมั่นคงผู้สูงอายุแทนที่โครงการเดิมที่สุดแสนจะใจกว้าง และที่น่าสนใจก็คือ ดินแดนต้นกำเนิดชื่อหมีพูห์นี้ได้เปลี่ยนชื่อ “ประกันการว่างงาน” และแทนที่ด้วย “ประกันการจ้างงาน”  โดยคนที่รับสิทธิประโยชน์จากประกันการจ้างงานนี้ จะถูกหักสิทธิประโยชน์ลงหากมารับบ่อย

…เข้าท่าดีนะครับ ผมก็อยากให้ประเทศไทยใช้ว่าประกันการจ้างงานบ้างเพราะฟังดูเป็นบวกดี

ปัจจุบันแคนาดามีระบบความมั่นคงทางสังคมที่ครอบคลุมอย่างกว้างขวาง มีรัฐบาลกลางและรัฐบาลของแต่ละรัฐรับผิดชอบในการวางแผน บริหารจัดการ และให้บริการร่วมกัน โดยระบบประกันสังคมจะครอบคลุมกรณีบำนาญชราภาพ ผู้พิการ และผู้อยู่ในอุปการะ เงินทดแทนการขาดรายได้กรณีเจ็บป่วยและคลอดบุตร รวมถึงประกันการจ้างงาน ส่วนสวัสดิการอื่นๆ มาจากภาษีครับ

สิทธิประโยชน์น่าสนใจมาก ระบบที่สำคัญคือการให้ความคุ้มครองผู้สูงอายุที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ บำนาญถ้วนหน้าซึ่งรัฐให้กับประชาชนทุกคนที่อายุ 65 ปีและอาศัยอยู่ในแคนาดาตั้งแต่อายุ 18 ปีเป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป ไม่ต้องจ่ายเงินสมทบ และไม่จำเป็นต้องลาออกจากงานก็มีสิทธิได้รับโดยอัตราบำนาญจะปรับตามดัชนีราคาผู้บริโภค และอีกส่วนคือบำนาญที่สัมพันธ์กับรายได้ ระบบนี้ใช้วิธีการประกันสังคมที่ลูกจ้าง นายจ้าง และผู้ประกอบอาชีพอิสระต้องจ่ายเงินสมทบจึงจะมีสิทธิได้รับบำนาญ แต่ได้บำนาญแค่อัตรา 25% เท่านั้น

สำหรับระบบประกันสังคมนอกเหนือจากที่ต้องจ่ายเพื่อกรณีชราภาพข้างต้นแล้ว ก็ยังคุ้มครองกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ว่างงาน อัตราประโยชน์ทดแทนที่ได้รับส่วนใหญ่จะประมาณ 55% ของรายได้เฉลี่ย 26 สัปดาห์สุดท้าย และหากเป็นผู้มีรายได้น้อยหรือผู้มีรายได้ปานกลางแต่มีบุตรก็จะได้รับเงินสนับสนุนครอบครัวเพิ่มเติมอีกต่อหนึ่ง

นอกจากนี้ ยังมีความคุ้มครองอื่นๆ ที่รัฐบาลรับผิดชอบแต่ผู้เดียวเหมือนได้เปล่า เช่น เงินดูแลบุตรที่จ่ายให้แก่ครอบครัวที่มีบุตรอายุต่ำกว่า 18 ปี รวมถึงการให้บริการทางการแพทย์อย่างถ้วนหน้าด้วย

กระนั้น ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบ 6.68% นายจ้างจ่าย 8.37% เพื่อสิทธิประโยชน์ข้างต้น หากเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระจ่าย 9.9% แต่ไม่มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน ส่วนภาษีนั้นไม่ต้องห่วงครับเพราะต้องจ่ายให้ทั้งรัฐบาลกลางและรัฐบาลของแต่ละรัฐซึ่งอัตราจะไม่เท่ากัน แต่ขั้นต่ำรวมกันทั้ง 2 ส่วนประมาณ 20% แล้วยังบวกค่านั่นค่านี่เพิ่มอีกตามระดับรายได้

…ปกติอากาศก็หนาวอยู่แล้ว พอเงินเดือนออกยิ่งรู้สึกหนาวขึ้นไปอีกเพราะถูกหักเงินไปร่วม 30%

ไม่เพียงคุ้มครองในประเทศเท่านั้นแต่แคนาดายังโกอินเตอร์ครับ มีการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ชาวแคนาดาที่ไปทำงานหรืออาศัยอยู่ในประเทศดังกล่าวจะไม่เสียสิทธิที่พึงได้รับจากแคนาดา ในขณะเดียวกับประชาชนจากประเทศที่มีข้อตกลงกับแคนาดาก็จะไม่เสียสิทธิการรับสิทธิประโยชน์จากประเทศของตนเช่นกัน

…แต่ว่า 1 ใน 50 ประเทศนั้น ไม่มีประเทศไทย อดใจรอก่อนแล้วกันนะครับ

ผมเขียนประกันสังคมในต่างแดนมาถึงตอนที่ 10 แล้ว แว่วมาว่าวารสารประกันสังคมจะเปลี่ยนจากรายสองเดือนมาเป็นรายเดือน งานนี้คงหัวฟูขึ้นอีกแน่นอนครับ ผมเริ่มจะนึกประเทศไม่ออกแล้ว หากใครต้องการทราบระบบประกันสังคมของประเทศใดหรือสงสัยประเด็นใดก็บอกกันได้ครับทางอีเมล์ หรือจะไปโพสต์ความเห็นไว้ในบล็อกของผมก็ได้ สำหรับฉบับนี้ สวัสดีครับ

หมายเหตุ: ตีพิมพ์ในวารสารประกันสังคม ปีที่ 17 ฉบับที่ 3 มีนาคม 2554

 

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: